Ninja H2 2025

ใหม่ ปี 2025

การพัฒนาควาซากิ รุ่น Kawasaki Ninja H2 เกิดจากความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้บรรดานักบิด
ด้วยเชื่อว่าการขับขี่สุดพิเศษที่แท้จริงไม่ใช่เพียงการยกระดับสมรรถนะของรถจากรุ่นก่อนๆ เท่านั้น หากแต่เป็นออกแบบสุดยอดมอเตอร์ไซค์ในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยสุดยอดมอเตอร์ไซค์ที่ว่านั้นต้องมีอัตราเร่งความเร็วที่แรงถึงใจ
มีความเร็วสูงสุดที่เหนือกว่า พร้อมทั้งมีสมรรถนะเทียบชั้นรถแข่งระดับซูเปอร์สปอร์ตเพื่อบรรลุเป้าหมายนี้บรรดาบริษัทในเครือของ Kawasaki Heavy Industries(KHI) Group จึงมารวมตัวและร่วมมือกันสร้างสรรค์นวัตกรรมยานยนต์เพื่อนักบิดที่ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยขึ้นว่าเกิดในประวัติศาสตร์ความร่วมมือของบริษัทชั้นนำระดับนานาชาติเช่นนี้

ผู้ขี่และรถประสานสานเป็นหนึ่งด้วยสุดยอดระบบ INTERFACE

แม้ว่าจะมีสมรรถนะยอดเยี่ยมเทียบชั้นรถแข่งที่ต้องทำเวลาต่อรอบให้เร็วมากที่สุด แต่ Ninja H2 ก็สามารถมอบความสะดวกสบายในการขับขี่พอสมควร โดยตำแหน่งของเบาะนั่งนั้นได้รับการจัดวางอย่างพอเหมาะพอเจาะโดยคำนึงถึงความสบายของผู้ขี่เป็นอันดับแรก และยังถือว่าเป็นตำแหน่งที่ดีที่สุดสำหรับการบังคับรถอีกด้วย มุมมองการขับขี่ที่ได้จาก Ninja H2 อาจไม่น่าประทับใจอะไรนัก แต่สิ่งที่เหนือกว่าคือคุณภาพการขับขี่ และความทันสมัยของระบบบังคับการขี่ รวมทั้งความฟิตของเครื่องยนต์และรูปลักษณ์อันสง่างาม

TFT COLOUR INSTRUMENTATION

การออกแบบหน้าจอให้มีความไฮเทคและล้ำสมัยมีส่วนช่วยให้ Ninja H2 เป็นรุ่นเรือธงของคาวาซากิ มาตรวัดรอบแบบอนาล็อกเสริมด้วยหน้าจอ TFT LCD สีคุณภาพสูงซึ่งช่วยให้สามารถแสดงข้อมูลเป็นกราฟิกได้ โหมดการแสดงผลที่เลือกได้สี่โหมดช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถจัดลำดับความสำคัญของข้อมูลที่พวกเขาต้องการดู โดยขึ้นอยู่กับประเภทการขับขี่ที่พวกเขากำลังขับขี่ในขณะนั้น

 

SMARTPHONE CONNECTIVITY

หน้าจอ TFT มี Built in Bluetooth เพื่อเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ของผู้ใช้รถโดยเชื่อมต่อผ่านแอพพลิเคชั่น “RIDEOLOGY” ซึ่งมีฟังก์ชั่นดังนี้
– Vehicle Info: แสดงข้อมูลรถผ่านแอพในโทรศัพท์
– Riding Log: แสดงเส้นทางการขับขี่ของผู้ขับขี่
– Telephone Notice: เตือนผู้ขับขี่ว่ามีสายหรืออีเมลล์เข้า
– Tuning-General Setting: ตั้งค่าหน้าจอผ่านแอพพลิเคชั่น

 

kawasaki ninja h2

การออกแบบบนพื้นฐานศาสตร์และศิลป์ชั้นสูง

Kawasaki Ninja H2 เป็นการผสมผสานรูปลักษณ์ที่โดดเด่นตามคอนเซ็ปต์ “Intense Force Design”

เน้นรูปลักษณ์ที่ทันสมัยทั้งยังเปี่ยมด้วยสมรรถนะขั้นสุดยอด อย่างไรก็ตามรูปลักษณ์ภายนอก

ไม่ได้เป็นเพียงการแต่งองค์ทรงเครื่องให้ดูดีเท่านั้น ความงามของ Kawasaki Ninja H2 ยังคงสะท้อนผ่านการทำงานใ

นทุกส่วนประกอบ ตั้งแต่โครงสร้างรถที่ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์เพื่อเพิ่มเสถียรภาพการขับขี่

เมื่อต้องใช้ความเร็วสูง เทคโนโลยีล่าสุดที่ติดตั้งมาพร้อมกับรุ่นนี้จะช่วยดูดอากาศเข้าสู่ซูเปอร์ชาร์เจอร์ได้มากขึ้น

เรียกได้ว่า Kawasaki Ninja H2 เหนือกว่ามอเตอร์ไซค์ทุกรุ่นที่คาวาซากิเคยสร้างมา

ทั้งยังเป็นศิลปกรรมแห่งยานยนต์ชิ้นเอกที่โดดเด่นทั้งเรื่องสมรรถนะและดีไซน์ ดูเข้มขรึมในสีดำเงางาม

ด้วยเทคนิคการทำสีที่พัฒนามาสำหรับรุ่นนี้โดยเฉพาะ

super charger kawasaki ninja h2

ระบบซุเปอร์ชาร์เจอร์

ระบบซุปเปอร์ชาร์จเจอร์ หรือชุดอัดอากาศที่ใช้ใน Kawasaki Ninja H2

ได้รับการออกแบบและพัฒนาโดยทีมนักออกแบบเครื่องยนต์ของคาวาซากิ ภายใต้ความร่วมมือของบริษัทในเครือคาวาซากิ

ได้แก่ Gas Turbine & Machinery Company, Aerospace Company,

และ Corporate Technology Division นำมาซึ่งการออกแบบที่พิถีพิถันในทุกรายละเอียด

จนกระทั่งได้ซุปเปอร์ชาร์จเจอร์เอกสิทธิ์เฉพาะคาวาซากิที่พัฒนามาเพื่อมอเตอร์ไซค์โดยเฉพาะ และทำให้ Ninja H2

เร็วและแรงถึงขั้นสุดตามที่เหล่าวิศวกรต้องการ

body kawasaki ninja h2

การทรงตัวเยี่ยมบังคับง่าย

Kawasaki Ninja H2ถูกพัฒนาให้มีสมรรถนะเทียบเคียงญาติผู้พี่ที่เป็นรถสำหรับสนามแข่งอย่าง Kawasaki Ninja H2R

แต่ก็สามารถขับขี่ได้ตามท้องถนนทั่วไป ระบบช่วงล่างของ Kawasaki Ninja H2 ถูกออกแบบมาอย่างแข็งแรง

ไม่สะทกสะท้านต่อการทำความเร็วที่เพิ่มขึ้น เปิดโอกาสให้นักบิดได้สัมผัสกับสมรรถนะการทรงตัวที่นิ่งและนิ่มขณะเลี้ยว

ตามปกติแล้ว การควบคุมการทรงตัวของรถในขณะที่ใช้ความเร็วสูงนั้นต้องอาศัยฐานล้อที่ยาวพอสมควร

แต่ในรุ่นนี้ ทีมวิศวกรลับเลือกที่จะใช้ฐานล้อที่สั้นกว่าเพื่อสร้างชุดบังคับรถขนาดกะทัดรัดที่ทำให้การบังคับรถแม่นยำมากยิ่งขึ้น

ขณะที่เฟรมรถนั้นไม่ได้ออกแบบมาให้มีความแข็งแรงเท่านั้น แต่ยังสามารถรองรับสิ่งรบกวนภายนอกที่จะสร้างความเสียหาย

แก่ตัวถังได้เมื่อใช้ความเร็วสูง ส่วนตัวเฟรมรถเป็นแบบเฟรมถักที่แข็งแรง สามารถรองรับการทำงานของระบบซุปเปอร์ชาร์จได้เป็นอย่างดี

และยังช่วยในการทรงตัวและสร้างความยืดหยุ่นให้แก่ตัวรถเมื่อใช้ความเร็วสูงอีกด้วย

เรือนไมล์ kawasaki ninja h2

ผู้ขี่และรถประสานสานเป็นหนึ่งด้วยสุดยอดระบบ INTERFACE

 

แม้ว่าจะมีสมรรถนะยอดเยี่ยมเทียบชั้นรถแข่งที่ต้องทำเวลาต่อรอบให้เร็วมากที่สุด แต่ Kawasaki Ninja H2

ก็สามารถมอบความสะดวกสบายในการขับขี่พอสมควร โดยตำแหน่งของเบาะนั่งนั้นได้รับการจัดวางอย่างพอเหมาะพอเจาะ

โดยคำนึงถึงความสบายของผู้ขี่เป็นอันดับแรก และยังถือว่าเป็นตำแหน่งที่ดีที่สุดสำหรับการบังคับรถอีกด้วย

มุมมองการขับขี่ที่ได้จาก Kawasaki Ninja H2 อาจไม่น่าประทับใจอะไรนัก แต่สิ่งที่เหนือกว่าคือคุณภาพการขับขี่

และความทันสมัยของระบบบังคับการขี่ รวมทั้งความฟิตของเครื่องยนต์และรูปลักษณ์อันสง่างาม

engin kawasaki ninja h2

สุดยอดขุมพลังเทียบชั้นรถแข่งระดับตำนาน

เครื่องยนต์ของ Kawasaki Ninja H2 เป็นแบบ 4 สูบแถวเรียง อาจดูคล้ายเดิม แต่สิ่งที่เพิ่มเติมคือเทคโนโลยีซุปเปอร์ชาร์จเจอร์

ชุดอัดอากาศเทคโนโลยีล่าสุดที่พัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับมอเตอร์ไซค์ โดยเป็นเอกสิทธิ์ของคาวาซากิ

ทุกชิ้นส่วนถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้สามารถรองรับกับแรงดันอากาศที่มาจากซุปเปอร์ชาร์จเจอร์

และกำลังเครื่องยนต์สูงสุดระดับ 300 แรงม้า ซึ่งเทียบเท่ากับรุ่น Ninja H2R โดยชุดเครื่องยนต์ของ Kawasaki Ninja H2

ถูกออกแบบมาให้ทนแรงดันได้มากกว่าเครื่องยนต์ที่ไม่มีระบบอัดอากาศถึง 1.5 ถึง 2 เท่าเลยทีเดียว

ที่จริงแล้ว หากไม่นับเพลาลูกเบี้ยว ปะเก็นฝาสูบ และคลัทช์แล้ว เครื่องยนต์ของ Kawasaki Ninja H2

ก็ถือว่าถอดบล็อกมาจากรถแข่งระดับตำนานรุ่น Ninja H2R แบบไม่ผิดเพี้ยน

 

KAWASAKI TRACTION CONTROL

ระบบ KTRC ที่ใช้กับ Ninja H2 ผสมผสานองค์ประกอบที่ดีที่สุดของระบบควบคุมการยึดเกาะถนนรุ่นก่อนหน้าของคาวาซากิ Ninja H2 มอบเลเวลในการเลือกใช้ที่แตกต่างกันเพื่อให้เหมาะกับสภาพการขับขี่และความชอบของผู้ขับขี่ และโหมดทั้งหมดที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อจัดการเอาต์พุตเมื่อเกิดการลื่นไถลกะทันหัน ระบบนี้นำเสนอทั้งสมรรถนะการขับขี่แบบสปอร์ตที่ได้รับการปรับปรุงและมอบความอุ่นใจในการรับมือกับพื้นผิวถนนที่ลื่น โดยสามารถปรับได้ถึง 9 ระดับด้วยกัน

 

ENHANCED CHASSIS ORIENTATION AWARENESS: BOSCH IMU (INERTIAL MEASUREMENT UNIT)

IMU ช่วยให้สามารถตรวจสอบความเฉื่อยตาม 6 DOF (องศาอิสระ) ได้วัดอัตราเร่งตามแนวแกนตามยาว แกนตามขวาง และแกนแนวตั้ง รวมถึงอัตราการหมุนและอัตรา Pitch อัตรา Roll และ Yaw ที่คำนวณโดย ECU โดยใช้ซอฟต์แวร์ต้นฉบับของ Kawasaki ซึ่งช่วยทำให้ระบบต่างๆทำงานได้แม่นยำมากขึ้น

 

KAWASAKI CORNERING MANAGEMENT FUNCTION

ระบบฟังก์ชั่นช่วยควบคุมการเข้าโค้งของคาวาซากิ (KCMF) คือชุดควบคุมจัดการเครื่องและตัวถังโดยรวมการใช้ซอฟต์แวร์ล้ำสมัยรุ่นล่าสุดของคาวาซากิและข้อมูลป้อนกลับจากชุด IMU ของ Bosch ที่ให้ภาพที่แม่นยำชัดเจนกว่าเดิมแบบเรียลไทม์ของความโน้มเอียงของตัวถัง KCMF จะตรวจสอบตัวแปรต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเครื่องยนต์และตัวถังตลอดการเข้าโค้งตั้งแต่เข้าโค้งจนกระทั่งออกโค้ง ระบบนี้ช่วยยับยั้งแรงเบรกและกำลังเครื่องยนต์เพื่อให้การเร่งความเร็ว การเบรก และเร่งอีกครั้งส่งผ่านได้อย่างราบรื่น และยังช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าโค้งตามไลน์ที่ตั้งใจไว้ได้

 

ÖHLINS TTX36 REAR SUSPENSION

ระบบรองรับน้ำหนักด้านหลังใช้ Öhlins TTX36 ซึ่งมอบประโยชน์มากมายให้ผู้ขับขี่
>> เพิ่มเสถียรภาพซึ่งทำให้เกิดประสิทธิภาพขณะเข้าโค้ง
>> ระบบกันสะเทือนที่นุ่มนวลถ่ายทอดความรู้สึกของการหน่วงที่ดีเยี่ยม และช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่และการควบคุมรถ
>> ให้ความรู้สึกมั่นคงเมื่อใช้ความเร็ว และเปลี่ยนเลนได้ง่ายขึ้นเมื่อขับขี่บนทางหลวง

KYB AOS-II RACING SUSPENSION

ระบบรองรับน้ำหนักของ Ninja H2 เลือกใช้ KAYABA KYB AOS-II racing suspension ซึ่งเป็นระบบรองรับน้ำหนักที่มีพื้นฐานการพัฒนามาจากรถวิบาก โดยออกแบบแกนโช้คมีขนาด ø43 มาให้มีแรงเสียดทานระหว่างแกนโช้คและกระบอกโช้คที่ต่ำ แกนโช้คมีขนาด ø43 มม. และเคลือบด้วย DLC นี่เป็นครั้งแรกที่รถจักรยานยนต์ที่ใช้บนท้องถนนทั่วไปได้ติดตั้งระบบรองรับน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพสูงสำหรับการแข่งขัน

>> ระบบรองรับน้ำหนักนุ่มนวลดูดซัพแรงกระแทกได้อย่างง่ายดายเพิ่มความสะดวกสะบายเมื่อขับขี่ในเมือง

SPECIFICATIONS

มิติรถ
ความยาว2,085 mm
ความกว้าง770 mm
ความสูง1,125 mm
ระยะฐานล้อ1,445 mm
ระยะห่างจากพื้น130 mm
ความสูงเบาะนั่ง825 mm
น้ำหนักรวม238 kg
น้ำหนัก (ไม่รวมของเหลว)
ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง17 litres
สมรรถนะ
กำลังเครื่องยนต์สูงสุด147.2 kW {200 PS} / 10,000 min-1
กำลังเครื่องยนต์สูงสุดพร้อมแรมแอร์154.5 kW {210 PS} / 10,000 min-1
แรงบิดสูงสุด140.4 N·m {14.3 kgƒ·m} / 10,000 min-1
เครื่องยนต์
ประเภทเครื่องยนต์4-stroke In-Line Four
ระบบหล่อเย็นLiquid-cooled,
ขนาดกระบอกสูบ x ช่วงชัก76.0 x 55.0 mm
ปริมาตรกระบอกสูบ998 cc
อัตราส่วนกำลังอัด8.5:1
ระบบจ่ายเชื้อเพลิงFuel injection: ø50 mm x 4 with dual injection ; Kawasaki Supercharger
ระบบหล่อลื่นForced lubrication, Wet
ระบบสตาร์ทEL. Starter
ระบบจุดระเบิดDigital
ระบบขับเคลื่อน
ระบบขับเคลื่อนChain
ระบบส่งกำลัง6-speed, return, dog-ring
อัตราทดขั้นต้น1.551 (76/49)
อัตราทดเกียร์ 13.188 (51/16)
อัตราทดเกียร์ 22.526 (48/19)
อัตราทดเกียร์ 32.045 (45/22)
อัตราทดเกียร์ 41.727 (38/22)
อัตราทดเกียร์ 51.524 (32/21)
อัตราทดเกียร์ 61.348 (31/23)
อัตราทดสุดท้าย2.444 (44/18)
ประเภทคลัตช์ (หลัก)Wet, multi-disc
ตัวถัง
ประเภทเฟรมTrellis, high-tensile steel, with Swingarm Mounting Plate
ระบบกันสะเทือนหน้าø43 mm inverted fork with rebound and compression damping and spring preload adjustability, and top-out springs
ระบบกันสะเทือนหลังNew Uni Trak, Öhlins TTX36 gas-charged shock with piggyback reservoir, compression and rebound damping and spring preload adjustability, and top-out spring
ระยะยุบล้อหน้า120 mm
ระยะยุบล้อหลัง135 mm
มุมแคสเตอร์24.5°
ระยะเทรล103 mm
มุมเลี้ยว (ซ้าย/ขวา)27° / 27°
ยางหน้า120/70 ZR17 (58W)
ยางหลัง200/55 ZR17 (78W)
เบรกหน้าDual semi-floating ø330 mm Brembo discs,
คาลิปเปอร์ (หน้า)Dual radial-mount, Brembo Stylema monobloc, opposed 4-piston, KIBS ABS
เบรกหลังSingle ø250 mm disc,
คาลิปเปอร์ (หลัง)Brembo, opposed 2-piston, KIBS ABS
฿1 ,620 ,000
Financing calculator
Vehicle price (฿)
Interest rate (%)
Period (month)
Down Payment (฿)
Calculate
Monthly Payment
Total Interest Payment
Total Amount to Pay