สถานะเครดิตบูโรเช็คแล้ว ขึ้นแบบนี้หมายความว่ายังไง

อยากออกรถ สิ่งที่หลายๆคนต้องการจะทำก่อนก็คือ การเช็คเครดิตตัวเอง ซึ่งสามารถเช็คได้หลายช่องทางของธนาคาร

แล้วถ้าเช็คเครดิตบูโรแล้วเจ้าหน้าที่บอกสถานะเครดิตบูโรมาแต่เราไม่รู้จะทำอย่างไร

งั้นเราก็มาเช็คสถานะกันเลยว่าชื่อของสถานะเครดิตบูโรแต่ละตัว หมายถึงอะไร

  • A0 = บัญชีปกติ
  • D1 = อยู่ในระหว่าการเจรจาให้ชำระหนี้
  • D3 = มีการประนอมหนี้ หรือ มีข้อตกลงในการปรับโครงสร้างหนี้ใหม่
  • D5 = มียอดค้างชำระ
  • F0 = กำลังตรวจสอบบัตรเครดิต หรือบัตรประจำตัว เนื่องจากถูกฉ้อฉล
  • F1 = บัตรเครดิต หรือบัตรประจำตัว เคยถูกใช้ฉ้อฉล
  • L0 =อยู่ในระหว่างกระบวนการทางกฏหมาย
  • R4 หรือ R04 = อยู่ระหว่างการฟ้องร้อง หรืออยู่ระหว่างการดำเนินตามกฎหมาย
  • L3 = ศาลพิพากษายกฟ้อง
  • S0 = บัตรเครดิต ถูกขโมย / หาย
  • T1 = ขายหนี้ไปยังบริษัทบริหารสินทรัพย์ หรือนิติบุคคลอื่น
  • T3 = โอนหนี้ไปยังบัญชีใหม่ หรือบัญชีอื่น
  • X0 = ปิดบัญชี
  • X1 = ระงับการให้บริการ (สถานะนี้ร้ายแรง หมายถึงถูกตีเป็นหนี้เสีย และเจ้าหนี้มี  การติดตามทวงถามอยู่ แต่ติดต่อลูกหนี้ไม่ได้)
  • X2 = ลูกค้าเสียชีวิต หรือสาบสูญ
  • X5 = ปิดบัญชี ภายหลังจากการติดตามทวงถาม (สถานะนี้ไม่ดีเลย  หลังจากพ้น 3 ปีไปแล้ว ลูกหนี้ต้องนำเอกสารหลักฐานการปิดบัญชีไปขอแก้ไขข้อมูลเครดิต เพื่อให้เครดิตบูโรทำการ “ลบฐานข้อมูลนี้ออกจากบัญชี” เพื่อให้ “สรุปข้อมูลบัญชีสินเชื่อเป็น 0)
  • X7 = ปิดบัญชีเนื่องจากหนี้สูญ
  • 10 = สถานะปกติ
  • 11 = สถานะปิดบัญชี
  • 12 = พักชำระหนี้ ตามนโยบายของรัฐ
  • 20 = มีหนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน
  • 30 = อยู่ในกระบวนการทางกฏหมาย
  • 31 = อยู่ในระหว่างชำระหนี้ตามคำพิพากษา ตามยอม
  • 32 = ศาลพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากขาดอายุความ
  • 33 = ปิดบัญชี เนื่องจากตัดเป็นหนี้สูญ
  • 40 = อยู่ระหว่างชำระสินเชื่อ เพื่อปิดบัญชี
  • 41 = เจ้าของข้อมูลขอตรวจสอบรายการ
  • 42 = โอนหรือขายหนี้

ยังมีสถานะทางเครดิตอื่นๆอีก เช่น

  • ติด F (Fraud List) หรือเรียกอีกอย่างว่าติดฟรอด 
    คือ “ การปลอมแปลงเอกสาร ” เช่นการปลอมแปลงเอกสารทางการเงินแล้วสถาบันการเงินตรวจสอบแล้ว ไม่เชื่อถือ เป็นข้อมูลที่ดัดแปลง ปลอมแปลง สร้างขึ้นใหม่ ไม่ตรงตามความจริง

วิธีแก้ติด F หรือติดฟรอด

  1. หาสาเหตุให้พบว่าเคยมีพฤติกรรมเช่นดังกล่าว หรือใครดำเนินการเอกสารแทนผู้ขอสินเชื่อโดยไม่รู้ตัว เพื่อแสดงเจตนาบริสุทธิ์ในการแก้ไขขอลบข้อมูลดังกล่าวจะไม่ได้มีปัญหาในการขอสินเชื่อต่อไป
  2. กรณีที่ไม่ทราบต้นตอของผู้ดำเนินการแทนผู้ขอสินเชื่อให้ติดต่อธนาคาร ฝ่ายรับเรื่องร้องเรียน เพื่อสอบถามสาเหตุ ขอคำแนะนำปรึกษา หรือติดต่อ สมาคมธนาคารไทย เพื่อหาแนวทางการแก้ไข จากนั้นทำหนังสือร้องเรียน(แนบรับรองสำเนาบัตรประชาชน) ไปยังธนาคารต้นเหตุโดยส่งems ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (เพื่อให้ตรวจสอบวันที่รับได้) หากพ้นเกิน 15 วันทำการนับจากวันเซ็นต์รับเอกสารแล้วยังไม่ติดต่อกลับ นิ่ง หรือเพิกเฉย ร้องเรียนที่นี่

    กรอก “แบบฟอร์มร้องเรียน” ถึง ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน(ศคง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย โทร 1213 ( www.1213.or.th )

 

  • แท็กซิ่ง

คือ การยื่นขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินหลายแห่งในเวลาเดียวกันหรือใกล้กัน ไม่ว่าผลลัพธ์ที่ได้จะแสดงว่า อนุมัติ หรือ ปฎิเสธการอนุมัติ ก็จะติดแท๊กซิ่ง หากมีการยื่นมากกว่า 3 ครั้งใน 6 เดือน ขึ้นอยู่กับแต่ละสินเชื่อ

  • แบล็คลิส(Black List) 

คือรายชื่อบัญชีดำ หรือ รายชื่อของบุคคลที่มีข้อมูลเครดิตไม่ดีจนธนาคารไม่สามารถให้ความไว้วางใจในการทำธุรกรรม หรือสินเชื่อกับธนาคาร

หรือในบางกรณีที่ติดแบล็คลิสต์แบบไม่หนัก ก็จะสามารถทำการขอสินเชื่อได้แต่อาจต้องมีเงื่อนไขในการทำธุรกรรมนั้นๆค่อนข้างมาก

อ่านต่อได้ที่ ติด Blacklist ออกรถได้ไหม